วันอังคารที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2555

Check Valve on Floor Control Valve


วันนี้เลือกเขียนเรื่องที่ตั้งใจจะเขียนมานานแล้วเหมือนกัน แต่ว่ายังหาข้อสรุปไม่ได้ จนถึงตอนนี้ เพราะว่ายังไม่มีใครพอจะอธิบายได้ชัดเจนเท่าไหร่ (จริงๆก็มีคำอธิบายนะ แต่ผมไม่เชื่อเท่านั้นเอง 555) เข้าเรื่องละ

สำหรับคนที่ออกแบบระบบดับเพลิงอัตโนมัติด้วยหัวกระจายน้ำดับเพลิง (Automatic Sprinkler System) ก็คงรู้จัก Floor Control Valve กันดี เพราะว่าเป็นทั้งจุดที่ใช้ควบคุม ตรวจสอบ รวมทั้งทดสอบระบบ ซึ่งจะต้องมาทำกันที่นี่ และตั้งแต่  NFPA 13 Version 2007 เป็นต้นมา (เท่าที่ผมอ่านเจอนะครับ) ก็จะมีการพูดถึงเรื่องการติดตั้ง Check Valve ที่บริเวณ Floor Control Valve โดยรายละเอียดของเนื้อหาในมาตรฐานมีรายละเอียดดังนี้

8.17.5.2.2*  The following restrictions shall apply:     
(1)     Each connection from a standpipe that is part of a combined system to a sprinkler system shall have an individual control valve and check valve of the same size as the connection.
(2)     The minimum size of the riser shall be 4 in. (102 mm) unless hydraulic calculations indicate that a smaller size riser will satisfy sprinkler and hose stream allowances.
(3)     Each combined sprinkler and standpipe riser shall be equipped with a riser control valve to permit isolating a riser without interrupting the supply to other risers from the same source of supply. (For fire department connections serving standpipe and sprinkler systems, refer to Section 6.8.)


และจากมาตรฐานข้างต้นระบุให้ติดตั้ง Check Valve ในส่วนของระบบสปริงเกลอร์ ที่ใช้ร่วมกับระบบท่อยืน หรือที่เรียกว่า Combined System โดยเหตุผลส่วนหนึ่งเพื่อป้องกันการดึงน้ำในระบบสปริงเกลอร์ เนื่องจากการใช้สายฉีดน้ำดับเพลิง ผมจึงเกิดคำถามในใจว่าจำเป็นแค่ไหนที่จะต้องติดตั้ง Check Valve ที่ Floor Control Valve เนื่องจากลักษณะการใช้งานในช่วงเวลาที่ต่างกัน และแรงดันต่ำสุดที่หัวกระจายน้ำดับเพลิงต้องการ ประมาณแค่ 7 psi. ผมจึงตั้งข้อสังเกตว่า

1. ในเมื่อลักษณะการใช้งานและการทำงานเป็นไปได้ยากมากที่ Sprinkler จะทำงานพร้อมกัน

2. และเมื่อทำงานพร้อมกันแรงดันในระบบ Sprinkler จะลดต่ำกว่าความดันต่ำสุดที่ระบบต้องการหรือเปล่า เนื่องจากเมื่อเป็นระบบ Combined System แรงดันในระบบท่อขั้นต่ำจะอยู่ที่ประมาณ 100 psi. (NFPA) หรือ 65 psi. (วสท.)

หรือถ้าถึงขนาดต้องใช้หัวดับเพลิงขนาด 2-1/2" ไฟก็คงเป็นไฟใหญ่แล้ว ตอนนั้น Sprinkler คงไม่มีความจำเป็นในการควบคุมเพลิงไหม้

ทุกวันนี้ถ้าผมออกแบบผมก็เลยยังไม่ได้มีการติดตั้ง Check Valve ที่ Floor Control Vale
แต่ถ้าพูดถึงมาตรฐานก็น่าจะต้องติดไว้ และถ้ามีใครมีความเห็นเป็นอย่างอื่นก็บอกกันบ้างนะครับ

แต่ว่าจะลองหาโปรแกรมที่ Run Model เพราะว่าถ้าสร้างแบบจำลองออกมาได้ก็น่าจะตอบโจทย์ข้อนี้ได้

ปีหน้าตั้งใจว่าจะหาทางศึกษาการสร้างแบบจำลองเสียหน่อย ปีนี้ศึกษาโปรแกรม Hydraulic Calculation มาใช้สำหรับออกแบบตามที่ตั้งใจไว้เกือบสมบูรณ์แล้ว ไว้ถ้าสมบูรณ์กะว่าจะทำเป็น Manual ออกมาแจกจ่ายให้สมาชิกเสียหน่อย

สำหรับวันนี้ ขอสวัสดีปีใหม่ 2556 สำหรับทุกๆ คนล่วงหน้านะครับ

วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2555

ระบบสระว่ายน้ำแบบ Skimmer


กลับมาอีกครั้งสำหรับบทความใหม่ พอดีว่ากำลังเตรียมเอกสารไปสอนเขาเรื่องนี้พอดี เลยถือโอกาสเอามาฝากกันก่อน แต่คงไม่ได้ลงรายละเอียดมากนะครับ เอาไว้ดูเป็นแนวทางแล้วกันนะครับ เพราะในบางครั้งคงต้องดูเป็นงานๆ ไป

สำหรับสระว่ายน้ำที่ใช้ระบบ Skimmer นั้นเหมาะที่จะใช้กับสระว่ายน้ำขนาดเล็ก (พื้นที่ไม่เกิน 186 ตารางเมตร) โดยข้อดีของสระประเภทนี้อยู่ตรงที่ไม่จำเป็นต้องมี Surge Tank โดยน้ำจะล้นผ่านช่องของชุด Skimmer (Floating Weir) แล้วผ่านเข้าไปยังด้านดูดของเครื่องสูบน้ำหมุนเวียน และระบบกรองน้ำ ตามลำดับ จากนั้นก็จะวนกลับเข้ามายังสระว่ายน้ำใหม่ อีกรอบ (ไดอะแกรมของระบบแสดงดังรูปด้านล่าง) ซึ่งจำนวนของชุด Skimmer ก็จะขึ้นอยู่กับขนาดของสระว่ายน้ำด้วย (สำหรับจำนวนที่ใช้ ถ้าคิดง่ายๆ ก็ประมาณ 46 ตารางเมตรต่อ 1 ชุด) แต่ระบบสระว่ายน้ำจะต้องมีชุด Skimmer 2 ชุดเป็นอย่างน้อย ส่วนหนึ่งเป็นในเรื่องของความสะอาดและป้องกันปัญหาของระบบที่อาจจะมีการอุดตันของชุด Skimmer ตัวใดตัวหนึ่งได้




เมื่อพอทราบระบบโดยคร่าวๆแล้ว มาดูในส่วนของข้อกำหนดในการออกแบบบ้างว่าเป็นอย่างไร

โดย Design Criteria ของระบบ Skimmer มีโดยสังเขป ดังนี้

1. จำนวนของ Skimmer ที่เลือกใช้ประมาณ 46 ตารางเมตร ต่อ 1 ชุด

2. ขนาดของสระว่ายน้ำที่เหมาะกับการใช้ระบบ Skimmer อยู่ที่ประมาณ ไม่เกิน 186 ตารางเมตร หรือมีความกว้างไม่มากกว่า 9.10 เมตร

3. ระยะห่างระหว่าง Skimmer จัดวางให้ห่างกันไม่เกิน 9 เมตร โดยประมาณ

4. การคิด Turnover Rate จะคิดเหมือนกับสระว่ายน้ำที่ใช้เป็นระบบ Overflow ทั่วไป คือ ประมาณ 4-8 ชั่วโมง แต่ถ้าเป็นสระเฉพาะเช่น บ่อสปา Turnover Rate ก็จะน้อยกว่าค่าดังกล่าว

แต่การออกแบบโดยละเอียดก็ต้องดูเป็นกรณีไปอีกครั้งนะครับ เนื่องจากก็ต้องดูข้อจำกัดของโครงการด้วย

วันนี้เอาแค่นี้ก่อนนะครับ ทำงานก่อน