วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

ท่อลมสำหรับระบบระบายควัน

วันนี้เอาเรื่องมาตรฐานของ ท่อลมสำหรับระบบระบายควันมาฝากกัน เผื่อว่าใครจะนำไปใช้ปรับปรุงอาคารกัน ดูซิว่ามีอะไรกันบ้าง

1. ท่อลมระบายควัน จะต้องเป็นวัสดุที่ไม่ติดไฟ โดยวัสดุทำท่อลมรวมถึงอุปกรณ์ประกอบ จะต้องมีอัตราการทนไฟไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง

2. ท่อลมระบายควัน ที่เดินผ่านไปในพื้นที่ที่มีโอกาสจะติดไฟได้ด้วยตัวเอง จะต้องมีการป้องกันการแผ่รังสีความร้อนด้วยการหุ้มฉนวน โดยต้องทำให้ผิวหน้าด้านนอกของท่อมีอุณหภูมิไม่สูงกว่า 50 องศาเซลเซียส ฉนวนที่ใช้จะต้องเป็นวัสดุที่ไม่ติดไฟ

3. ท่อลมระบายควันจะต้องออกแบบให้มีความดันภายในท่อลมต่ำกว่าบรรยากาศภายนอกเพื่อป้องกันควันรั่วออกจากท่อลมระบายควัน

4. ท่อลมที่เดินผ่านผนังทนไฟจะต้องติดตั้งชุดแผ่นปรับลมกันไฟและควันลาม(Fire/Smoke Damper) แบบใช้มอเตอร์ขับ โดยปกติจะต้องปิดกันไฟและควันลามเสมอ จะเปิดก็ต่อเมื่อได้รับสัญญาณควันจากชั้นที่เกิดเพลิงไหม้เพื่อดูดควันออกจากชั้นนั้นเท่านั้น

(วันนี้ไม่มีรูปประกอบไม่ว่ากันนะครับ แต่ว่าดูของฝากดีกว่า)

เมื่อวันเสาร์กลับมาจากเพชรบูรณ์ ระหว่างทางถ่ายรูปมาฝาก ดูให้ขำ ขำ แล้วกัน นักเรียนเยอะเลย

วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2553

ว่ากันด้วยเรื่อง E.M.

วันนี้ต้องบอกก่อนเลยว่าบทความวันนี้ไม่ได้คิดเอง ประมาณว่าไปรวบรวมมาจากหลายๆเวป เพราะส่วนตัวก็อยากทราบว่าจริงๆแล้วการที่จะนำ E.M. ไปใช้ประโยชน์ในการเป็นจุลินทรีย์ในระบบบำบัดน้ำเสียนั้นจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการบำบัดน้ำเสียดีขึ้นหรือเปล่า ก็เลยหาข้อมูลจากผู้รู้หลายๆเวป รวมทั้งจากการที่ได้สอบถามข้อมูลในส่วนของผู้ดูแลอาคารที่ได้มีการนำ E.M. ไปใช้ประโยชน์ ว่าผลเป็นอย่างไร แต่ก่อนอื่นก็ต้องรู้จักกับเจ้า E.M. กันเสียก่อนนะครับ


E.M. ย่อมาจากคำว่า Effective Micro-organisms หมายถึง กลุ่มจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพคิดค้นพบโดย ศาสตราจารย์ ดร.เท รโอะ ฮิงะ (TEROU HIGA) แห่งมหาวิทยาลัยริวกิว เมืองโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น โดยใช้เทคนิคทางชีวภาพ รวบรวมเฉพาะกลุ่มจุลินทรีย์ หมวดสร้างสรรค์ที่มีอยู่ในธรรมชาติมาใช้ประโยชน์ ช่วยปรับปรุงสภาพความสมดุลย์ของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้น จุลินทรีย์หมวดสร้างสรรค์ที่มีใน EM ได้แก่ กลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง แลกโตบาซิลัส เพนนิซีเลี่ยม ไตรโคเดอมา ฟูซาเรียม สเตรปโตไมซิส อโซโตแบคเตอ ไรโซเบียม ยีสต์ รา ฯลฯ

ลักษณะ โดยทั่วไปของ EM
เป็นของเหลวสีน้ำตาลกลิ่นหอมอมเปรี้ยวอมหวาน (เกิดจาก การทำงานของกลุ่มจุลินทรีย์ต่าง ๆ ใน E.M.) เป็นกลุ่ม จุลินทรีย์ที่มีชีวิต ไม่สามารถใช้ร่วมกับสารเคมีหรือ ยาปฏิชีวนะและยาฆ่าเชื้อต่าง ๆ ได้ ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต เช่น คน สัตว์ พืช และแมลงที่เป็นประโยชน์ ช่วยปรับสภาพความสมดุลย์ของสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เป็นกลุ่มจุลินทรีย์ ที่ทุกคนสามารถนำไปเพาะขยายเพื่อช่วยแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง

ลักษณะ การผลิต
เพาะขยายจาก จุลินทรีย์ที่มีประโยชน์มากกว่า 80 ชนิด จากกลุ่มจุลินทรีย์สังเคราะห์แสง
- กลุ่มจุลินทรีย์ผลิตกรด แลคติค
- กลุ่มจุลินทรีย์ตรึงไนโตรเจน
- กลุ่ม จุลินทรีย์แอคทีโนมัยซีทส์
- กลุ่มจุลินทรีย์ยีสต์
ซึ่งเป็นจุลินทรีย์ที่ได้จาก ธรรมชาตินำมาเพาะเลี้ยงและขยายให้จุลินทรีย์ขยายตัวด้วยปริมาณที่สมดุลย์กัน ด้วยเทคโนโลยีพิเศษ โดยใช้อาหารจากธรรมชาติ เช่น โปรตีน รำข้าว และสารประกอบอื่น ๆ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต

(แหล่งที่มากจาก http://share.psu.ac.th/blog/em2551/6872)
อ่านแล้วเป็นไงครับเข้าใจกันหรือเปล่า แต่ส่วนตัวแล้วงงเล็กน้อย ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ที่เราได้กันมาแทบทุกเวปที่ผมหาจะอธิบายถึงเจ้า E.M. ในลักษณะแบบนี้กันแทบทั้งหมด แต่ผมได้มีโอกาสเข้าไปอ่านกระทู้ในเวปบอร์ดของ
บริษัท เวสท์วอเตอร์ โอเปอเรชั่น แมเนจเม้นท์ จำกัด ซึ่งพูดถึง E.M. ได้ค่อนข้างถูกใจมาก ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับข้อมูลดังกล่าว ก็เลยเอามาฝากกัน โดยเขากล่าวไว้ว่า

"ด้วยความเข้าใจของผม EM ไม่น่าจะหมายถึงจุลินทรีย์ แต่น่าจะหมายถึงเอ็นไซม์ ของจุลินทรีย์ที่สังเคราะห์ขึ้นมากกว่า เพราะโดยปรกติในการกินอาหารของสิ่งมีชีวิตระดับเซล (เช่นจุลินทรีย์) จะใช้วิธีการปล่อยเอ็นไซม์ ออกไปเพื่อย่อยโมเลกุล ของอาหารหรือสารอินทรีย์ให้มีขนาดเล็กลง

เราจึงเห็น Application ของการใช้ EM คือ การลดกลิ่นเหม็น ลดคราบสกปรก ย่อยตะกอนสะสม ย่อยกากสารอินทรีย์ ในบ่อปลา บ่อส้วม บ่อขยะ บ่อดักไขมัน อะไรทำนองนี้มากกว่าที่จะเห็นการใช้ EM เป็นสารบำบัดหลักในระบบบำบัดน้ำเสีย ชนิดหนึ่งชนิดใด

มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่า EM เป็นจุลินทรีย์เพื่อการบำบัดของเสีย ก็เลยมีการนำมาใส่ลงในถังเติมอากาศของระบบบำบัดน้ำเสีย ผลที่ได้เป็นไปในทางตรงกันข้าม คือ ระบบล่ม เชื้อที่เลี้ยงไว้ตาย และน้ำในระบบมีสภาพยากแก่การอธิบาย"

หากใครมีข้อมูลเพิ่มเติมหรือข้อมูลใหม่ๆ ก็แชร์กันได้นะครับ สำหรับของฝากวันนี้ไม่มีครับมีแต่เอาบุญมาฝากเพราะเพิ่งกลับมาจากทำบุญที่วัดมา ใครเข้ามาอ่านบล็อคก็ขอให้ได้บุญเท่าๆกันนะครับ