วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2568

ก้าวสู่อนาคตโฟมดับเพลิงที่ปลอดภัยไร้สาร PFAS

โฟมดับเพลิงเป็นเครื่องมือสำคัญในการระงับอัคคีภัย โดยเฉพาะเพลิงไหม้ที่เกิดจากเชื้อเพลิงเหลว (Class B) ซึ่งมีความรุนแรงและดับยาก ประสิทธิภาพของโฟมในการสร้างชั้นฟิล์มปกคลุมพื้นผิวเชื้อเพลิง (Aqueous Film-Forming Foam - AFFF) ได้ช่วยรักษาชีวิตและทรัพย์สินมานับไม่ถ้วน แต่เบื้องหลังประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมนั้น กลับมีภัยเงียบที่ซ่อนอยู่จากสารเคมีในกลุ่ม PFAS (Per- and Polyfluoroalkyl Substances) ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักในโฟม AFFF มายาวนาน

PFAS: สารเคมีอมตะที่คุกคามสิ่งแวดล้อม

สารในกลุ่ม PFAS โดยเฉพาะสารที่เกี่ยวข้องกับ PFHxS (Perfluorohexane sulfonic acid) มีคุณสมบัติพิเศษคือความเสถียรและทนทานต่อความร้อนและสารเคมีสูงอย่างยิ่ง คุณสมบัตินี้ทำให้มันเหมาะกับการใช้ในโฟมดับเพลิง แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้มันกลายเป็น

"สารเคมีอมตะ" (Forever Chemicals) ที่ไม่ย่อยสลายตามธรรมชาติ เมื่อโฟมถูกใช้งานหรือรั่วไหล สาร PFAS จะปนเปื้อนลงสู่ดินและแหล่งน้ำ สะสมในสิ่งมีชีวิต และส่งต่อตามห่วงโซ่อาหาร ซึ่งงานวิจัยในประเทศไทยเองก็ได้ตรวจพบการปนเปื้อนของสารกลุ่มนี้ในแหล่งน้ำใต้ดินบริเวณพื้นที่อุตสาหกรรมแล้ว

ผลกระทบที่น่ากังวลนี้ ทำให้ประชาคมโลกหันมาให้ความสำคัญ โดย

อนุสัญญาสตอกโฮล์ม (Stockholm Convention) ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก ได้มีมติเสนอให้ควบคุมสาร PFHxS อย่างเข้มงวดที่สุด โดยการบรรจุไว้ในภาคผนวก เอ ซึ่งหมายถึงการ "เลิกผลิตและเลิกใช้" ในที่สุด นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าทิศทางของโลกกำลังมุ่งสู่การยุติการใช้สาร PFAS อย่างถาวร


เทคโนโลยีน้ำยาโฟมดับเพลิงรุ่นใหม่

โฟมสังเคราะห์ปลอดสารฟลูออรีน Synthetic Fluorine-Free Foam (SFFF)  แบ่งออกเป็นได้ 2 ประเภท คือ Synthetic Fluorine-Free Foam (SFFF)  และ Alcohol Resistant Synthetic Fluorine Free Foam (AR-SFFF) ความเข้มข้นที่เป็นที่นิยม มีประสิทธิภาพ และสามารถใช้กับอุปกรณ์โฟมดับเพลิงได้ทุกแบบ คือ โฟมที่มีความเข้มข้นที่ 3%

  • Synthetic Fluorine-Free Foam (SFFF)  สามารถดับเพลิง ประเภท เหลวไวไฟที่มีส่วนประกอบของไฮโดรคาร์บอน (hydrocarbons) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น น้ำมันดิบ ถ่านหิน ปิโตรเลียม ครอบคลุมถึงความเสี่ยงต่อไฟไหม้คลาส A ทำให้เหมาะสำหรับความต้องการในการป้องกันอัคคีภัยที่หลากหลาย
  • Alcohol Resistant Synthetic Fluorine Free Foam (AR-SFFF) สามารถดับเพลิง ประเภทเกี่ยวข้องกับไฮโดรคาร์บอนและตัวทำละลายที่มีขั้ว (polar solvents) เช่น เฮปเทน อะซิโตน และ IPA ครอบคลุมถึงความเสี่ยงต่อไฟไหม้คลาส A ทำให้เหมาะสำหรับความต้องการในการป้องกันอัคคีภัยที่หลากหลาย
ถึงเวลาแล้วที่เราจะเปลี่ยนผ่านมาให้ใช้โฟมดับเพลิงที่ปราศจากสาร PFAS และยังช่วยให้ เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เป้าหมายที่ 3 Good Health And Well-Being สำเร็จไปด้วย

ขอยกตัวอย่าง Specification น้ำยาโฟมที่ปราศจากสาร PFAS (SOLBERG 3%)














ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่จัดจำหน่ายในประเทศไทย
- SOLBERG
- NAFFCO
- FIRECHEM

อ้างสารอ้างอิง

1. บริษัท นิปปอน เคมิคอล จำกัด

2. perimeter-solutions.com



วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2568

เจ้าของหรือผู้ครอบครองแหล่งกำเนิดมลพิษต้องมีผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย 2568

เพื่อให้เป็นไปตาม พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 กำหนดให้ แหล่งกำเนิดมลพิษที่จะต้องมีผู้ควบคุมระบบบำบัดน้ำเสีย ซึ่งกฎหมายฉบับนี้ แบ่งการบังคับใช้เป็น 3 ระยะ

ระยะที่ 1 (24 ตุลาคม 2568)

อาคารพาณิชย์ ประเภท ก.

- โรงแรมที่มีจำนวนห้องสำหรับใช้เป็นห้องพักรวมกันทุกชั้นของอาคาร หรือ กลุ่มของอาคารตั้งแต่ 200 ห้องขึ้นไป
อาคารโรงเรียนเอกชน โรงเรียนของทางราชการ สถาบันอุดมศึกษาของเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษาของทางราชการที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นของอาคาร หรือกลุ่มของอาคาร ตั้งแต่ 25,000 ตารางเมตรขึ้นไป
- อาคารที่ทำการของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศหรือของเอกชน ที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคาร ตั้งแต่ 55,000 ตารางเมตรขึ้นไป
- อาคารของศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้าที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้น ของอาคารหรือกลุ่มของอาคาร ตั้งแต่ 25,000 ตารางเมตรขึ้นไป
- ตลาดที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคาร ตั้งแต่ 2,500 ตารางเมตรขึ้นไป
ภัตตาคารหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่ใช้บริการรวมกันทุกชั้นของอาคาร หรือ กลุ่มของอาคาร ตั้งแต่ 2,500 ตารางเมตรขึ้นไป

อาคารสถานพยาบาล ประเภท ก.
โรงพยาบาลของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลที่มีเตียงสำหรับรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนรวมกัน ทุกชั้นของอาคาร หรือกลุ่มของอาคาร ตั้งแต่ 30 เตียงขึ้นไป


ระยะที่ 2 (24 เมษายน 2569)

อาคารอยู่อาศัย ประเภท ก.
อาคารชุดที่มีจำนวนห้องสำหรับ ใช้เป็นที่อยู่อาศัยรวมกันทุกชั้นของอาคาร หรือกลุ่มของอาคาร ตั้งแต่ 500 ห้องชุดขึ้นไป

อาคารพาณิชย์ ประเภท ข.
- โรงแรมที่มีจำนวนห้องสำหรับใช้เป็นห้องพักรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือ กลุ่มของอาคาร ตั้งแต่ 60 ห้อง แต่ไม่ถึง 200 ห้อง
- สถานบริการประเภทสถานอาบน้ำ นวดหรืออบตัว ตามกฎหมายว่าด้วยสถาน บริการ ที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคาร ตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตรขึ้นไป
อาคารโรงเรียนเอกชน โรงเรียนของทางราชการ สถาบันอุดมศึกษาของเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษาของทางราชการ ที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นของอาคาร หรือกลุ่มของอาคาร ตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง 25,000 ตารางเมตร
- อาคารที่ทำการของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การระหว่างประเทศ หรือ ของเอกชนที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคาร ตั้งแต่ 10,000 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง 55,000 ตารางเมตร
- อาคารของศูนย์การค้าหรือห้างสรรพสินค้า ที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้น ของอาคารหรือกลุ่มของอาคาร ตั้งแต่ 5,000 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง 25,000 ตารางเมตร
- ตลาดที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคาร ตั้งแต่ 1,500 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง 2,500 ตารางเมตร
- ภัตตาคารหรือร้านอาหารที่มีพื้นที่ให้บริการรวมกันทุกชั้นของอาคาร หรือ กลุ่มของอาคาร ตั้งแต่ 500 ตารางเมตร แต่ไม่ถึง 2,500 ตารางเมตร

อาคารสถานพยาบาล ประเภท ข.
โรงพยาบาลของทางราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือสถานพยาบาลตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาลที่มีเตียงสำหรับผู้ป่วยไว้ค้างคืนรวมกันทุกชั้น ของอาคารหรือกลุ่มของอาคาร ตั้งแต่ 10 เตียง แต่ไม่ถึง 30 เตียง

ที่ดินจัดสรร ประเภท ก.
ที่ดินจัดสรรที่รังวัดแบ่งเป็นแปลงย่อยเพื่อจำหน่าย ตั้งแต่ 500 แปลง หรือเนื้อที่มากกว่า 100 ไร่ และได้รับอนุญาตให้จัดสรร ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2539 เป็นต้นไป

การเลี้ยงสุกร ประเภท ก.
การเลี้ยงสุกรพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ สุกรขุนหรือลูกสุกร ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปที่มีน้ำหนักหน่วยปศุสัตว์เกินกว่า 600 หน่วย

ระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน (ทุกขนาด)

แหล่งกำเนิดมลพิษอื่น ที่มีระบบบำบัดน้ำเสีย ตั้งแต่ 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขึ้นไป

ระยะที่ 3 (26 ตุลาคม 2569)

อาคารอยู่อาศัย ประเภท ข.
- อาคารชุดที่มีจำนวนห้องสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยรวมกันทุกชั้นของอาคาร หรือกลุ่มของอาคาร ตั้งแต่ 100 ห้องชุด แต่ไม่ถึง 500 ห้องชุด
- หอพัก ตามกฎหมายว่าด้วยหอพักที่มีจำนวนห้องสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยรวมกัน ทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคาร ตั้งแต่ 250 ห้องขึ้นไป
หอพัก ห้องเช่า ห้องแบ่งเช่า หรือกิจการอื่นในทำนองเดียวกันตามกฎหมาย ว่าด้วยการสาธารณสุขที่มีจำนวนห้องสำหรับใช้เป็นที่อยู่อาศัยรวมกันทุกชั้นของอาคารหรือกลุ่มของอาคาร ตั้งแต่ 250 ห้องขึ้นไป

ที่ดินจัดสรร ประเภท ข.
ที่ดินจัดสรรที่รังวัดแบ่งเป็นแปลงย่อยเพื่อจำหน่าย ตั้งแต่ 100 ถึง 499 แปลง หรือเนื้อที่ 19 ถึง 100 ไร่ และได้รับอนุญาตให้จัดสรร ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2539 เป็นต้นไป

การเลี้ยงสุกร ประเภท ข.
การเลี้ยงสุกรพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ สุกรขุนหรือลูกสุกร ชนิดใดชนิดหนึ่งหรือตั้งแต่สองชนิดขึ้นไปที่มีน้ำหนักหน่วยปศุสัตว์ ตั้งแต่ 60 หน่วย แต่ไม่เกิน 600 หน่วย


สำหรับกฎหมายฉบับเต็มอ่านได้ตามลิงค์นี้ได้เลยนะครับ

ประกาศใช้เดือนหน้าแล้วนะครับ แต่ยังขึ้นทะเบียนยังไม่ได้ (อยู่ระหว่างดำเนินการปรับปรุง) ถ้าได้อย่างไรเดี๋ยวจะมาแจ้งข่าวคราว



วันอังคารที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2567

SDG Index ของประเทศไทย ปี 2023

ประเทศไทยและประเทศสมาชิกสหประชาชาติรวม 193 ประเทศ ร่วมลงนามรับรองวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 (2030 Agenda for Sustainable Development) ซึ่งเป็นกรอบการพัฒนาของโลกเพื่อร่วมกันบรรลุการพัฒนา ทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ภายในปี ค.ศ. 2030 โดยกำหนดให้มีเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) เป็นแนวทางให้แต่ละประเทศดำเนินการร่วมกัน โดยที่ SDGs มีทั้งสิ้น 17 ตัวชี้วัด ได้แก่

SDG1 ยุติความยากจน
SDG2 ขจัดความหิวโหย
SDG3 สุขภาพเเละความเป็นอยู่ที่ดี
SDG4 การศึกษาที่มีคุณภาพ
SDG5 ความเท่าเทียมทางเพศ
SDG6 น้ำสะอาดและการสุขาภิบาล
SDG7 พลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้
SDG8 งานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ
SDG9 โครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม เเละอุตสาหกรรม
SDG10 ลดความเหลื่อมล้ำ
SDG11 เมืองเเละชุมชนที่ยั่งยืน
SDG12 การผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน
SDG13 การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
SDG14 ทรัพยากรทางทะเล
SDG15 ระบบนิเวศบนบก
SDG16 สังคมสงบสุข ยุติธรรม และสถาบันเข้มแข็ง
SDG17 ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

ซึ่งในปี 2023 ที่ผ่านมา ประเทศไทย จัดอยู่ใน อันดับ 43 ของโลก, อันดับ 3 ของเอเชีย และอันดับ 1 ของอาเซียน



ซึ่งถ้าดูจากข้อมูล ตัวชี้วัดที่ประเทศไทยบรรลุตามเป้าหมาย แล้ว 2 เรื่อง คือ

SDG1 ยุติความยากจน
เส้นความยากจนสากล คือ 1.90 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 60 บาท ถึงแม้ค่าเฉลี่ยของจะสูงกว่าเส้นความยากจนสากล แต่สถานการณ์ความยากจนความเหลื่อมล้ำ ของคนในประเทศ ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าประเทศไทยก็มีคนที่ยากจนค่อนข้างมาก

SDG4 การศึกษาที่มีคุณภาพ
โดยมี 4 ตัวชี้วัด ได้แก่
(1) ร้อยละของเด็กอายุ 4-6 ปีที่ได้รับการเตรียมความพร้อมก่อนประถมศึกษา
(2) อัตราการเข้าเรียนสุทธิในระดับประถมศึกษา
(3) อัตราการสำเร็จการศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น
(4) อัตราการรู้หนังสือของประชากรอายุ 15 – 24 ปี

ความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาที่ยังคงรุนแรงในประเทศไทยจะเป็นปัจจัยเชิงลบที่ส่งผลต่อการเข้าถึงการศึกษา ดังนั้น ในการประเมินสถานการณ์ด้านการศึกษาเพื่อตอบคำถามว่าประเทศไทยบรรลุ SDG4 หรือไม่นั้นยังจำเป็นต้องอาศัยชุดข้อมูลในมิติอื่น ๆ พิจารณาควบคู่กันไปด้วย

ข้อมูลจากhttps://www.sdgmove.com/

วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2564

เชื้อไวรัส COVID-19 ในน้ำดื่ม น้ำประปา น้ำทิ้ง และสิ่งปฏิกูล

 วันนี้หาข้อมูลเกี่ยวกับ ระบบบำบัดน้ำเสีย ที่เหมาะสมในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อ COVID-19

พอดีเจอเอกสารแนบ จากหนังสือทางราชการจาก สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ส่งถึง ศคบ. และนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2563 เห็นว่าเป็นประโยชน์ ก็เลยเอามาแชร์ ครับ


ดูจากข้อมูลแล้ว สรุปว่ายังมีความเสี่ยงต่ำ แต่ผมคิดว่าการจัดสร้างหรือปรับปรุง ระบบอาจต้องพิจารณารูปแบบการเติมอากาศ และการจัดการละอองฝอย จากระบบบำบัดน้ำเสีย ให้สัมผัสกับบุคคลที่รับผิดชอบให้น้อยที่สุด และสุดท้ายก็ต้องมีระบบฆ่าเชื้อโรคในน้ำทิ้ง ก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะต่อไป





วันอาทิตย์ที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2564

เปรียบเทียบตู้ฉีดน้ำดับเพลิงระหว่าง Hose Rack กับ Hose Reel

วันนี้มีคำถามจากผู้รับเหมาว่า อยากเปลี่ยนตู้ฉีดน้ำดับเพลิงจาก Hose Rack เป็นมาใช้เป็น Hose Reel เลยนั่งทำสรุปข้อมูลเปรียบเทียบตู้ฉีดน้ำเพลิงทั้ง 2 แบบ ไหนๆ ก็ทำแล้วเลยเอามาฝากทุกคนกันครับ


Hose Rack (Dia. 1-1/2")



Hose Reel (Dia. 1")



ถ้าตามความเห็นส่วนตัวแล้ว บ้านเราน่าจะเหมาะกับการเลือกใช้ Hose Reel มากกว่า แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณาในหลายประเด็นยิ่งถ้างานโรงงานแล้วเรื่องมาตรฐานประกันภัยก็ถือว่าสำคัญสำหรับการออกแบบ



วันพฤหัสบดีที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2563

บ่อหน่วงน้ำ กับ ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร 2556

เมื่อหลายปีก่อนเคยเขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องบ่อหน่วงน้ำไป ซึ่งถือว่าเป็นบทความต้นๆ ของ Blog ที่มีคนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก ซึ่งว่ากันตามตรงแล้วบทความชุดนั้นก็เขียนมาหลายปีแล้ว แต่ถ้าดูกันที่เนื้อหาการออกแบบก็ต้องบอกว่า จริงๆ แล้วยังไม่เปลี่ยน แต่ที่เปลี่ยนไป ก็มีบ้าง เช่น วิธีการหน่วงน้ำ , การระบายน้ำออกจากพื้นที่ เป็นต้น ซึ่งก็ถือว่าเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย ซึ่งก็มีปัจจัยหลายอย่าง ได้แก่คณะกรรมการผู้พิจารณารายงาน EIA หรือแม้กระทั่งที่ปรึกษา EIA บางครั้งออกรายการคำนวณไปก็ยังคิดอยู่ว่ามันถูกหรือ แต่เพื่อให้การทำงานระหว่างผู้ออกแบบ กับ ที่ปรึกษา EIA เป็นไปอย่างราบรื่น ก็ยอมๆ ทำไป แต่อย่างไรก็ดี ขนาดบ่อจะต้องไม่น้อยกว่าที่เราคิดว่าเป็นวิธีการที่ถูกต้อง

เหมือนสมัยนี้ยุค 4.0 อะไรๆ ที่ใช้การคำนวณมืออาจไม่เป็นที่ยอมรับ ก็ต้องไปหาโปรมแกรมมาใช้ ซึ่งถ้าพูดถึงเรื่องการออกแบบบ่อหน่วงน้ำแล้วในบ้านเรา ก็ใช้โปรแกรม Monkey 1.0 ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ออกมาเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว คงไม่ต้องบรรยายถึงความเก่า แต่ก็ถือว่าเป็นโปรแกรม ที่ใช้ได้นะ แต่ยังไม่สมบูรณ์ เนื่องจากไม่สามารถกำหนดอัตราการระบายน้ำออกจากพื้นที่ได้ ถ้าจำไม่ผิดตัวโปรแกรมนี้ถูกออกแบบมา ใช้สำหรับพื้นขนาดเล็ก เช่น บ้านพักอาศัย (ส่วนนี้ถ้าผิดก็แย้งมาได้นะครับ หนังสือคู่มือที่มากับตัวโปรแกรม ผมหาไม่เจอจริงๆ แต่ยังจำเนื้อหาบางส่วนได้) แต่สมัยนี้เรากลับเอามาใช้กับการพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ ก็ไม่ได้บอกว่าผิดนะครับ เพราะถ้าขนาดบ่อหน่วงน้ำใหญ่ ก็หมายถึงการลดภาระในส่วนของระบบระบายน้ำสาธารณะ

นึกแล้วยังเสียดายเขียนโปรแกรมไม่เป็น ถ้าไม่อย่างนั้นนะทำโปรแกรมแล้ว หุหุ

มาเข้าเรื่องดีกว่า วันนี้เอาเนื้อหาบางส่วนของผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร 2556 ที่เกี่ยวกับบ่อหน่วงน้ำมาฝากกัน คือในกรณีที่โครงการไหน จะขอโบนัส ในการก่อสร้างอาคาร ให้ได้มากกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือเรียกง่ายๆ ว่า โบนัส FAR (สำหรับความหมายของ FAR ลองหาใน google นะครับ) ก็จะต้องเตรียมบ่อหน่วงน้ำขนาด ตั้งแต่ 1 ลูกบาศก์เมตร ถึง 4 ลูกบาศก์เมตร ต่อพื้นที่ดิน 50 ตารางเมตร ให้มี FAR Bonus ได้ไม่เกินร้อยละ 5 จนถึงร้อยละ 20


ถ้าว่าไปแล้วก็ถือว่าสมเหตุสมผลนะ ถ้าคุณจะสร้างอาคารที่มีพื้นที่มากขึ้น ก็ต้องแลกกับข้อกำหนดที่ดีขึ้น

วันนี้เอาโปรมแกรม Monkey 1.0 มาฝากกันนะครับ พอดีได้ตัวโปรมแกรมมา เลยมาแจกฟรี ให้คนสนใจ ถ้าอย่างไร E-Mail มาขอนะครับ

วันศุกร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2563

LPCB APPROVED

LPCB ก็เหมือนองค์กรอิสระ ที่ให้การรับรอง วัสดุต่างๆ ได้แก่

Construction Products Regulation
Pressure Equipment Directive
Marine Equipment Directive
Transport Pressure Equipment Directive
เป็นต้น

ถ้าว่าไปแล้วฝั่ง USA มี UL รับรอง ส่วนฝั่งยุโรป (รวมอังกฤษ) ก็มี LPCB นี่แหละ

ในระบบดับเพลิงอุปกรณ์ที่ผลิตตาม BS Standard เช่น Fire Hose Reels ถ้าจะซื้อ คงต้องดูว่าได้ LPCB APPROVED หรือเปล่า วันนี้เลยเอารายชื่ออุปกรณ์แต่ละยี่ห่อ ที่ได้ LPCB APPROVED มาฝาก
โดยสามารถกดดาวน์โหลดเอกสารตาม Link ข้างล่างได้เลยนะครับ

https://www.redbooklive.com/pdfdocs/redbook-vol1part2.pdf

(Update 14 April 2020)





วันพฤหัสบดีที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2563

ระบบ Sprinkler สำหรับห้องเก็บสารเคมีที่ติดไฟได้

บทความนี้จะพูดถึงการออกแบบย่อๆ ไว้สำหรับคนที่ต้องการจะหาแหล่งอ้างอิง โดยหากจะหาเนื้อหาที่พูดถึงมาตรฐานอย่างละเอียด แนะนำว่าให้ไปอ่าน NFPA 30 เพิ่มเติม นะครับ

ก่อนอื่นต้องทราบกันก่อนว่าสารเคมีติดไฟได้ ตามมาตรฐาน NFPA นั้นแบ่งกันอย่างไร ตามมาตรฐานสากลแล้วมี 2 มาตรฐาน ที่นิยมอ้างอิงกัน คือ NFPA และ OSHA แต่จะขออ้างอิงตาม NFPA นะครับ โดยสามารถแบ่งได้ ดังนี้
ที่มา : Glen Carter Sr. Engineer Justrite Manufacturing Company LLC

สำหรับอาคารที่จัดเก็บสารเคมีติดไฟได้ ถือว่าเป็น Special Occupancy ซึ่งการออกแบบระบบ Sprinkler นั้นเราจะอ้างอิงตาม มาตรฐาน NFPA 30 Flammable and Combustible Liquids Code

โดยเนื้อหาสำหรับการออกแบบสามารถสรุป ได้ดังนี้



ที่มา : NFPA 30 Flammable and Combustible Liquids Code





วันเสาร์ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2562

ความเร็วการไหลของน้ำในท่อดับเพลิง

การกำหนดความเร็วของน้ำในท่อดับเพลิง นั้นตาม NFPA จะไม่มีมาตรฐานที่กำหนดไว้ แต่ก็มีการกำหนดไว้ใน EN 12845 ไว้โดยที่กำหนดความเร็วของน้ำผ่านวาล์ว และ Flow Switch ไว้ให้ไม่เกิน 6 m/s ซึ่งค่านี้ก็จะใช้เป็นตัวกำหนดในตอนที่เราทำ Hydraulic Calculation 

Some fire sprinkler design authorities such as EN 12845 limit the velocity through pipes and valves in fire sprinkler systems; this is the case with EN 12845 however NFPA and FM do not have any restriction. The case for limiting velocity is that the Hazen-Williams formula is less accurate outside its normal range and equivalent pipe lengths for fittings, which are generally used, start to lose their validity. Some authorities believe that velocity is self-limiting as pressure losses increase exponentially as velocities increase, so pipe sizes must be increased to make use of available water supply pressure.
EN 12845 limits velocity to 6 m/s through valves and flow switches and 10 m/s at any other point in the system.
Velocity in pipe can be calculated using the following formula:-
Velocity in a pipe formula
ที่มา : https://www.canutesoft.com

วันอังคารที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2561

สรุปปัญหาและการแก้ไขในระบบ Dust Collector


  วันก่อนมีคน E-Mail มาขอข้อมูลการดูแลระบบ Wet Scrubber แต่เสียดายไม่มี แต่กำลังขอให้อยู่นะครับถ้าได้มาเดี๋ยวส่งให้นะครับวันนี้เลยเอาเรื่องสรุปปัญหาและการแก้ไขในระบบ Dust Collector มาแก้ขัดก่อนแล้วกัน (ข้อมูลจาก Environ Co.,Ltd) อาจจะยาวหน่อยนะครับ

กรณีที่มีฝุ่นเล็ดลอดออกมาภายนอก

1.1   มีฝุ่นออกมาจากหลังระบบจากพัดลม
สาเหตุ
-          เกิดจากรอยรั่วของถุงกรอง
-          ใส่ถุงกรองผิดวิธี
-          ถุงกรองแตกหรือรั่ว
-          ถุงกรองเก่าหรือหมดสภาพในการใช้งาน
-          ใช้ถุงกรองผิดลักษณะหรือไม่ตรงกับคุณสมบัติของฝุ่น
การแก้ไข
-          ตรวจ, เปลี่ยนถุงกรอง
-          เปลี่ยนถุงกรองใหม่
-          เปลี่ยนชนิดของถุงกรองเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งานและคุณสมบัติของฝุ่น

1.2   มีฝุ่นรั่วออกมาในขณะมีการยิงหรือเป่าลมของระบบทำความสะอาดถุงกรอง
สาเหตุ
-          มีแรงอัดของลมมากเกินไป
-          ถุงกรองไม่มีคุณภาพที่ดีพอ
-          ถุงกรองเก่าหรือหมดสภาพใช้งาน
การแก้ไข
-          ตรวจสอบอัตราของปริมาณลมที่เข้าในระบบทำความสะอาดว่าเกิน 6 Bar หรือไม่
-          เลือกผ้ากรองใหม่
-          ควรเปลี่ยนถุงกรองทุก ๆ 1 ปี

1.3   มีฝุ่นลอดออกมาเป็นช่วงๆ
สาเหตุ
-          อาจจะมีการค้างของฝุ่นในเครื่องมากเกินไป หรือ มีความแตกต่างของฝุ่นที่เข้ามาในระบบ
การแก้ไข
-          ตรวจสอบลักษณะของฝุ่นว่าเป็นอย่างไร มีสิ่งแปลกปลอมจากเดิมหรือไม่

1.4   อาการอื่นๆ ที่พบเห็นได้
สาเหตุ
-         ตะแกรงภายในถุงกรองมีการสึกหรอ เสียทรง หรือชำรุด
-        ตำแหน่งการวางของถุงกรองไม่ถูกต้อง ลมไม่สามารถกระจายได้ทั่วภายในระบบ ทำให้เกิดการปะทะเฉพาะที่ของถุงกรอง ทำให้ถุงกรองขาดได้
-        ถุงกรองคุณภาพต่ำ
การแก้ไข
-          เปลี่ยนหรือซ่อมแซมตะกร้าใหม่
-          ปรับท่อทางเข้าใหม่
-          เปลี่ยนถุงกรองที่มีคุณภาพใส่แทน


กรณีระบบการทำความสะอาดถุงผิดปกติ
2.1   Valve ไม่ยิงลมหรือไม่ทำงานเลย
สาเหตุ
-          ไม่ได้เปิดสวิตส์
-          ฟิวส์ขาด
-          สายไฟมีปัญหา เช่น ขาด, ช็อต หรือสายหลุดจากขั้ว
การแก้ไข
-          เปิดสวิตส์
-          เปลี่ยนฟิวส์ที่ TIMER SEQUENCER
-          เช็คสายไฟ

2.2   REGULATOR ไม่ทำงาน
สาเหตุ
-          ไม่มีลมเข้าในระบบ
-          ท่อลมรั่ว
การแก้ไข
-          เช็ควาล์วเปิด-ปิด ลมที่จะเข้าในระบบ
-          เช็ค Air Filter ว่าตันหรือเปล่า

2.3   การยิงหรือเป่าลมผิดไปจากลักษณะเดิม
สาเหตุ
-          การตั้งสัญญาณในการเป่าหรือยิงของลมในแต่ละครั้งเร็วเกินไป
-          Valve เกิดการเสียหาย
-          กระแสไฟฟ้ามีปัญหา เช่น ไฟเกิน หรือ ไฟตก
-          ท่อยิงลมรั่ว
การแก้ไข
-          ปรับตัวควบคุมการยิงในแต่ละครั้งใหม่ ให้ช้าลง
-          เช็ค Valve และ แผ่น Diaphragm Valve
-          เช็คท่อยิงลม หากรั่วก็เปลี่ยนใหม่

2.4   ลมรั่วหรือความดันลมตัน
สาเหตุ
-          มีรอยรั่วตามแนวประกอบระหว่างถุงกรองกับเครื่องที่อยู่บริเวณปากถุง หรือ มีรอยฉีกขาดปะเก็น
-          มีสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ เข้าไปใน Valve
-          รอยต่อของท่อไม่สนิท
-          ท่อยิงลมหรือเป่าลม ผุกร่อนหรือชำรุด
-          หัวยิงลมอุดตัน
การแก้ไข
-          เช็คแนวประกบถุงและตรวจดูแนวปะเก็น
-          ถอด Valve เพื่อทำความสะอาด
-          ตรวจสอบรอยต่อของท่อใหม่
-          เช็คสภาพของท่อยิงลมและความสะอาด

กรณีแรงดันภายในเครื่องสูงเกินไป

                    สาเหตุ
-          การไหลของลมเข้าสูงเกินไป
-          ปริมาณฝุ่นที่เข้ามามากเกินไป
-          ถุงกรองหมดอายุ
-          ใช้ถุงกรองผิดประเภทไม่เหมาะกับคุณสมบัติของฝุ่น
-          เปิด-ปิดระบบต่างจากขั้นตอน
-          ถุงกรองเปียกหรือชื้นมาก
     การแก้ไข
-          ลดหรือปรับการไหลของลมเข้าใหม่
-          ลดปริมาณของฝุ่น โดยการปรับ Damper ใหม่
-          เปลี่ยนถุงกรองใหม่
-          เปิด-ปิด ระบบให้ตรงตามขั้นตอน
-          หาสาเหตุของความชื้น


กรณีเครื่องมีแรงดันน้อยเกินไป

              สาเหตุ
-          แรงดันลมเข้าระบบน้อยเกินไป
-          ถุงกรองมีรอยรั่ว อาจเนื่องจาก
o   ใส่ถุงกรองผิดลักษณะ
o   ถุงกรองแตก ขาด รั่ว
o   ช่วงแรกในการเปลี่ยนถุงกรองใหม่
การแก้ไข
-          ปรับระบบลมเข้าใหม่
-          ตรวจสอบการใส่ถุงกรอง
-          เปลี่ยนถุงกรอง
-          เมื่อผ่านไปช่วงหนึ่งในการเปลี่ยนถุงใหม่ แรงดันจะเพิ่มขึ้นจะถึงระดับปกติ

กรณีระบบการถ่ายฝุ่นมีปัญหา

              สาเหตุ

-          มีสิ่งแปลกปลอมตกลงไป
-          การถ่ายฝุ่นไม่ทำตามขั้นตอนที่ถูกต้อง
-          ระบบไฟฟ้ามีปัญหา
การแก้ไข
-          ถอดฝาออกเช็คดูเพื่อหาสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาขัด
-          พยายามถ่ายฝุ่นออกอย่างสม่ำเสมอและถูกตามขั้นตอน
-          เช็คดูว่า Gear Motor ที่ใช้ในการขับเคลื่อนมีปัญหาหรือไม่
-          เช็คดูที่ระบบไฟฟ้า ว่ามีการช๊อตหรือเปล่า


เมื่อก่อนจะมีของฝากท้ายบทความ ต้องบอกเลยครับช่วง 3 ปีหลังมานี้หายไปเลย วันนี้เอาซักหน่อยเผื่อว่าใครที่ดูแล้วจะสร้างแรงบรรดาลใจใหม่ๆ ขึ้นมาได้บ้าง


วันอาทิตย์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

ข้อมูลสำหรับวิเคราะห์หาสาเหตุความผิดปกติของระบบบำบัดน้ำเสีย

วันนี้ไม่มีเกริ่น ขอเข้าเรื่องกันเลยแล้วกัน
ที่ผ่านมามีพี่ๆ หลายท่านสนใจสอบถามปัญหาเกี่ยวกับระบบบำบัดน้ำเสียกันเยอะพอสมควร ต้องขอบอกว่าระบบบำบัดน้ำเสีย นั้นเปรียบเสมือนคนเลยครับ ถ้ามีข้อมูลมากเท่าไหร่ การวิเคราะห์หาสาเหตุก็จะถูกต้อง ยกตัวอย่างเช่น 

ถ้าเราไปหาหมอบอกหมอว่าไม่สบายตัว คำถามนี้เปรียบได้กับถามว่า ตอนนี้ SV30 ต่ำ อยากรู้ว่าทำไม

แล้วคุณคิดว่าหมอจะตอบได้หรือเปล่าครับ แต่โชคดีครับว่าหมอ เจอกันกับเราตัวต่อตัวหมอก็ยังมีเวลาจะซักถามเราต่อได้ 

วันนี้ก็เลยอยากจะขอแชร์ว่าถ้าเราจะวิเคราะห์ปัญหาในระบบบำบัดน้ำเสีย เราต้องรู้อะไรบ้าง แต่อยากจะบอกว่า SV30 ไม่สามารถรู้ถึงสาเหตุของปัญหาได้ทั้งหมด นะครับ แล้วเราต้องรู้อะไรบ้างละ

1. ชนิดของระบบเป็นแบบใด เช่น ระบบ AS (Activated Sludge) และแบบไหน เช่น แบบ SBR ข้อนี้สำคัญครับเพราะระบบต่างกัน การควบคุม ค่าพารามิเตอร์ ก็จะต่างกัน ยกตัวอย่างถ้าเป็น AS แบบ Extended Aeration จะควบคุมให้ MLSS = 3,000-6,000 mg/l

2. ความสามารถของระบบเดิมที่ออกแบบไว้ กี่ ลบ.ม/วัน  จากนั้นดูว่าปัจจุบันน้ำเสียเข้าระบบเท่าไหร่ อาจจะคิดจากค่าน้ำประปาก็ได้ โดยน้ำเสี่ย จะมีค่าประมาณ 80-90% ของปริมาณน้ำใช้

3. ชนิดของน้ำเสีย รวมทั้งพารามิเตอร์ต่างๆ ของน้ำเสียที่เข้าระบบ ไม่ว่าจะเป็น BOD, pH, Oil&Grease จะวิเคราะห์ค่าใดบ้างก็ขึ้นอยู่กับเป็นน้ำเสียประเภทไหน เช่น ถ้าเป็นโรงงานทำที่นอนยางพารา ก็ต้องวิเคราะห์โลหะหน้กเพิ่มเข้าไป เป็นต้น ซึ่งข้อมูลส่วนนี้สำคัญจะได้รู้ว่ามีอะไรแปลกปลอมหรือผิดปกติ เข้ามายังระบบของเราบ้าง

4. สภาพทางกายภาพ ของบ่อบำบัด เช่น น้ำในบ่อเติมอากาศ สีอะไร มีฟองไหม , บ่อตกตะกอนมีตะกอนลอยไหม เป็นต้น

5. สภาพการทำงานของระบบ ได้แก่ DO, MLSS ในบ่อเติมอากาศ, SV30 ในบ่อเติมอากาศ และค่าพารามิเตอร์ต่างๆ ในน้ำทิ้ง เช่น BOD, SS


จากนั้นเราจึงน้ำข้อมูลทั้งหมดข้างต้นมาวิเคราะห์ และบางอย่างก็อาศัยประสบการณ์ แต่ส่วนใหญ่ที่พบเราจะหาแค่ SV30 อย่างเดียวเพราะไม่เสียค่าใช้จ่าย ทำง่าย ก็อย่างที่เล่ามาครับ SV30 เป็นแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง ผมยกตัวอย่างง่ายๆ ตอนที่ไม่สบายไปหาหมอ ผมมีอาการเบลอ คิดกับพูดไม่สัมพันธ์กัน
คุณหมอก็ทดสอบเบื้องต้น แล้วให้ไปทำ MRI จากนั้นค่อยมาหาหมอใหม่ ขนาดว่าหมอเชี่ยวชาญเรื่องโรคด้านประสาท และสมอง ยังไม่ฟันธงว่าเป็นอะไร เช่นเดียวกันครับ ผมก็ไม่กล้าฟันธง เพราะโอกาสผิดสูงครับ ก็อาศัยประสบการณ์บอกไปในเบื้องต้นเท่านั้น





วันพฤหัสบดีที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2559

รายการเตรียมงานระบบสุขาภิบาลสำหรับ EIA

เมื่อช่วงเดือนที่แล้ว มีโอกาสเข้าคณะพิจารณาทบทวน รายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) พบว่ามีบางรายการที่เปลี่ยนไปจากแบบที่เราเคยทำอยู่บ้าง แต่ในภาพรวมถือยังไม่แตกต่างมากนัก วันนี้เลยรวบรวมรายการที่ทาง EIA Consultant ต้องการจากงานระบบ และรายการที่เพิ่มเติมเข้ามา ไว้เป็นแนวทางกันครับ

รายการเอกสารงานระบบสุขาภิบาล

1. รายการคำนวณ (น้ำใช้,ขยะ,ระบบบำบัดน้ำเสียช่วงดำเนินการ, ระบบบำบัดน้ำเสียช่วงก่อสร้าง,บ่อหน่วงน้ำ,ปริมาณไฟฟ้าสำหรับบ่อหน่วงน้ำและบ่อบำบัด,ระบบดับเพลิง, Water Reuse, การบำบัดก๊าซมีเทน,การฆ่าเชื้อสระว่ายน้ำ)

2. ปริมาณการใช้น้ำแยกแต่ละกิจกรรม และรายการ (น้ำใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภค,น้ำล้างห้องพักมูลฝอย, น้ำเติมสระว่ายน้ำ) นิดหนึ่งนะครับข้อนี้ ต้องดูว่าเขาปลูกไม้คลุมดินหรือเปล่า ถ้าเป็นไม้คลุมดินให้คิดประมาณน้ำใช้ 20 ลิตร/ตร.ม.-วัน

3. ผังแนวดิ่งระบบจ่ายน้ำใช้ของโครงการ

4. ผังแสดงเมนระบบประปา ขนาดท่อ จุดรับน้ำประปา ผังแสดงตำแหน่งถังเก็บน้ำใต้ดินและชั้นดาดฟ้า

5. รูปตัดฝาถังเก็บสำรองน้ำใช้ของโครงการทั้งหมด (อย่าลืมมี 2 ฝา นะครับ)

6. ระบบบำบัดน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล ระบุ

- ประเภทของระบบบำบัดน้ำเสียที่เลือกใช้ในโครงการ คำนวณปริมาณตะกอนจากระบบและวิธีการกำจัด (ถังเก็บตะกอนกำหนดไว้ 30 วัน)

- แบบแปลนแสดงตำแหน่งที่ตั้งและผังแสดงระบบ

- แบบแปลนแสดงแนวท่อน้ำเสียและน้ำทิ้งภายในโครงการ

- แสดงจุดปล่อยน้ำหลังผ่านการบำบัดลงแหล่งน้ำสาธารณะหรือลงท่อสาธารณะ

- ท่อยืนรวบรวมน้ำเสียภายในอาคาร

- รายการคำนวนค่าไฟฟ้าของระบบบัดน้ำเสีย

- ผังระบายน้ำเสียจากห้องเก็บมูลฝอยรวมเข้าสู่ระบบบำบัดน้ำเสียโดยเพิ่มเติมลงในผังระบายน้ำเสีย

(ข้อนี้มี Comment เพิ่มโดย ให้เพิ่มถังบำบัดน้ำเสียสำเร็จรูป รับน้ำเสียจากห้องพักขยะก่อนเข้าระบบบำบัดน้ำเสียรวม)

- รูปตัด รูปขยายของระบบบำบัดน้ำเสีย พร้อมรายการคำนวณระบบบัดบ้ำเสีย และผังแสดงขั้นตอนการบำบัดน้ำเสีย (ให้ก้นถังตกตะกอนทำมุม 60 องศา)

- รายการคำนวณระบบบำบัดละอองน้ำ Aerosal และการกำจัดก๊าซมีเทนจากระบบบำบัดน้ำเสีย พร้อมแบบประกอบ

- บ่อ Polishing pond ของระบบบำบัดน้ำเสียจะต้องออกแบบให้สามารถรองรับน้ำทิ้งทั้งหมดได้นาน 1 ชั่วโมงก่อนระบายออกนอกโครงการ

- รายการคำนวณการฆ่าเชื้อสระว่ายน้ำ

7. การระบายน้ำและป้องกันน้ำท่วม

- รายละเอียดระบบระบายน้ำของโครงการ เช่น ขนาดท่อ หรือรางระบายน้ำแต่ละบริเวณของโครงการ ระดับความลาดเอียงของท่อระบายน้ำ เป็นต้น

- แบบแปลนแสดงแนวท่อระบายน้ำหรือรางระบายน้ำฝนของโครงการทั้งหมด

- ผังแนวดิ่งระบบรวมรวมน้ำฝน พร้อมระบุขนาดท่อระบายน้ำฝน

- รูปตัดขวางทางชลศาสตร์ระบบระบายน้ำ

- แบบแปลนตำแหน่งบ่อหน่วง แบบขยาย ระดับกักเก็บ

- รายการคำนวณการระบายน้ำ บ่อหน่วงน้ำและการควบคุมการระบายน้ำ

(ไม่ต้องใช้การหน่วงในเส้นท่อ แล้วนะครับ)

8. ระบบอัคคีภัยและมาตรการรักษาความปลอดภัย

- ท่อยืนดับเพลิงภายในอาคาร

- ผังแนวดิ่งระบบป้องกันอัคคีภัย (แสดงการเชื่อมต่อท่อกับระบบน้ำใช้ชั้นดาดฟ้า)

- ตำแหน่งจุดจอดรถดับเพลิงที่ใกล้เคียงกับหัวรับน้ำดับเพลิง

- รายการคำนวณทางหนีไฟ


ลองเอาไปเป็นข้อมูลนะครับจะได้ไม่ต้องทำกันหลายรอบ