วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2556

Sprinkler สำหรับอาคารคลังสินค้า (1)



ช่วงนี้มีโอกาสได้เข้าไปช่วยตรวจสอบงานติดตั้งระบบ Sprinkler ของอาคารคลังสินค้า เลยถือโอกาสนำข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบ Sprinkler สำหรับอาคารคลังสินค้ามาฝากกัน แต่ต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่า การออกแบบ Sprinkler ของประเภทนี้ไม่ง่ายเหมือนการออกแบบ Sprinkler ของอาคารทั่วไป นะครับ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้อกำหนดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งสิ่งที่ต้องตอบให้ได้ หรือจะต้องตั้งสมมติฐาน ก่อนเป็นอันดับแรกเลย ได้แก่

            1. คลังสินค้านั้นเก็บสินค้าประเภทอะไร
            2. ความสูงของอาคารคลังสินค้า
            3. ความสูงของสินค้าที่วาง
            4. ลักษณะการเก็บสินค้า เช่น เก็บไว้บน Rack หรือวางกองกับพื้น
            5. ถ้าเก็บบน Rack ชนิดของ Pallet หรือพลาสติก

และขอแถมอีกซักข้อนะครับว่าคงต้องดูเรื่องงบประมาณด้วยว่ามีมากน้อยอย่างไร

แต่อย่าเพิ่งถอดใจไปนะครับเพราะถ้ามองว่ายากก็คงยาก เหมือนที่ผมคิดในตอนแรก เลยไม่เคยจับมันเลย แต่พอลองตั้งใจอ่านจริงๆ กลับพบว่ามันก็ไม่ยากมากนะ สำคัญอยู่ที่เราต้องเปิด Code ให้ถูก ใช่ครับ ถ้าเรารู้ว่าจะใช้ NFPA บทไหนออกแบบสำหรับคลังสินค้าหลังนั้นๆ ผมเชื่อว่าสบายมาก จึงเป็นที่มาของบทความซี่รี่นี้ ซึ่งผมจะพยายามสรุป NFPA CODE มาให้ทุกคนได้ศึกษาในเบื้องต้น ส่วนจะนำไปใช้งานคงต้องอ่านมาตรฐานเพิ่มเติมกันนะครับ

(มาตรฐาน วสท. เล่มปัจบันไม่ครอบคลุมเรื่องการออกแบบและติดตั้ง Sprinkler ของอาคารคลังสินค้านะครับ ต้องอ่านใน NFPA 13 ใน Chapter 12 - Chapter 20)

สำหรับวันนี้ขอเริ่มจากสิ่งที่ต้องทราบเป็นอันดับแรกก่อนครับนั่นคือ "คลังสินค้านั้นเก็บสินค้าประเภทอะไร

ตามมาตรฐาน NFPA กำหนดประเภทของสินค้า (Commodity) ออกเป็น 4 ประเภท โดยมีรายะเอียดดังนี้ (ขอไม่แปลนะครับเพราะอยากให้เห็นข้อกำหนดต้นฉบับ)

 5.6.3* Commodity Classes.
5.6.3.1* Class I. A Class I commodity shall be defined as a noncombustible product that meets one of the following criteria:
(1) Placed directly on wood pallets
(2) Placed in single-layer corrugated cartons, with or without single-thickness cardboard dividers, with or without pallets
(3) Shrink-wrapped or paper-wrapped as a unit load with or without pallets

5.6.3.2* Class II. A Class II commodity shall be defined as a noncombustible product that is in slatted wooden crates, solid wood boxes, multiple-layered corrugated cartons, or equivalent combustible packaging material, with or without pallets.

5.6.3.3* Class III.
5.6.3.3.1  A Class III commodity shall be defined as a product fashioned from wood, paper, natural fibers, or Group C plastics with or without cartons, boxes, or crates and with or without pallets.
5.6.3.3.2  A Class III commodity shall be permitted to contain a limited amount (5 percent by weight or volume or less) of Group A or Group B plastics.

5.6.3.4* Class IV.
5.6.3.4.1  A Class IV commodity shall be defined as a product, with or without pallets, that meets one of the following criteria:
(1) Constructed partially or totally of Group B plastics
(2) Consists of free-flowing Group A plastic materials
(3) Contains within itself or its packaging an appreciable amount (5 percent to 15 percent by weight or 5 percent to 25 percent by volume) of Group A plastics


ถ้าจะจำง่ายๆนะครับ ผมขอสรุป ดังนี้

Class I หมายถึงสินค้าที่ตัวมันเองไม่ได้เป็นวัสดุติดไฟ แต่บรรจุอยู่ในหีบห่อที่ติดไฟ

Class II จะคล้ายกับ Class I แต่จะใส่ในกล่องที่มีช่องแบ่งหลายๆช่อง

Class III ผลิตภัณฑ์เป็นประเภท เสื้อผ้า ไม้ เส้นใยธรรมชาติ เป็นต้น

Class IV ผลิตภัณฑ์เป็นพวกยาง หรือ พลาสติก

นอกจากนี้พลาสติก ยังแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ Group A,B and C

จะเห็นว่ายิ่งเชื้อเพลิง Class สูง เมื่อเกิดเพลิงไหม้ จะมีความรุนแรงของเพลิงสูงกว่า Class ที่ต่ำกว่า

สำหรับวันนี้แค่นี้ก่อนนะครับ รอติดตามตอน 2 นะครับและถ้าใครมีข้อเสนอแนะติชม ก็บอกกันได้นะครับ
ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กัน



วันพุธที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2556

ระบบบำบัดอากาศเสีย ด้วย Wet Scrubber

ช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปสำรวจระบบบำบัดอากาศเสียมาหลายที่ ซึ่งพบว่าระบบที่นิยมใช้กันมากระบบหนึ่งคือ ระบบ Wet Scrubber วันนี้เลย รวบรวมความรู้เบื้องต้นของระบบมาให้ศึกษากัน



Wet Scrubber เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับกำจัดแก๊สและไอ รวมทั้งอนุภาคที่มีขนาดเล็ก โดยใช้ของเหลว เช่น น้ำ เป็นตัวดักจับ ด้วยการพ่นฉีดของเหลวให้เป็นละอองฝอยขนาดเล็ก ซึ่งจะกระจายไปปะทะกับกระแสแก๊สหรือไอ ทำให้มวลสารดังกล่าว ไม่สามารถหลุดไปสู่บรรยากาศได้

โดย Wet Scrubber มีด้วยกันหลายชนิดแต่ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายคือ
สครับเบอร์แบบสเปรย์ (Spray Tower Scrubber) และ สครับเบอร์แบบมีเดีย (Packed Bed Scrubber)

โดยระบบ Wet Scrubber มีส่วนประกอบ หลักๆ ดังนี้

 1. พัดลมดูดอากาศ (Exhaust Fan) : ทำหน้าที่ดูดอากาศเสียเข้าสู่สครับเบอร์ (Scrubber)

 2. เครื่องสูบน้ำหมุนเวียน (Circulation Pump) : ทำหน้าที่ดูดน้ำจากถังหมุนเวียนน้ำไปฉีดเป็นละอองฝอยให้กระจายทั่วทั้งสครับเบอร์

 3. ตัวสครับเบอร์ (Scrubber Main Body) ประกอบไปด้วย
- ตัวเพิ่มพื้นที่ในการกระจายตัวของแก๊ส (Scrubber Tower Packing)
ทำหน้าที่ในการช่วยเพิ่มพื้นที่ผิวในการสัมผัส ระหว่างแก๊สกับของเหลว
- หัวฉีดสเปรย์ (Spray nozzle)
ทำหน้าที่ฉีดน้ำให้ทั่วถึงอย่างสม่ำเสมอภายในตัวสครับเบอร์(Scrubber)
- ตัวดักจับละอองน้ า (Mist Separator)
ทำหน้าที่ดักจับละอองน้ำที่เกิดจากการฉีดสเปรย์ในสครับเบอร์ (Scrubber) ไม่ให้หลุดออกไปภายนอก

4.  ถังหมุนเวียนน้ำ (Circulation Tank) : ทำหน้าที่เก็กกับน้ำไว้สำหรับหมุนเวียนใช้ในระบบ


สำหรับรายการคำนวณส่วนประกอบของระบบ ตอนนี้กะว่าจะรวบรวม แล้วทำเป็นไฟล์ Excel
ถ้าเสร็จแล้วจะแจ้งให้ทราบ เผื่อใครสนใจอยากได้ไปใช้งาน แต่ถ้าจะเซ็นต์รับรองเพื่อยื่นขออนุญาตปัจจุบันต้องใช้ สามัญวิศวกรสิ่งแวดล้อม เซ็นต์

และใครพอมีคนรู้จักที่เป็น สามัญวิศวกรอุตสาหการ ก็แนะนำมาบ้างนะครับ อยากทำความรู้จักด้วย