วันพฤหัสบดีที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

รหัสสีของหัวกระจายน้ำดับเพลิง


ระบบหัวกระจายน้ำดับเพลิง จัดว่าเป็นระบบดับเพลิงอัตโนมัติที่มีใช้กันอย่างแพร่หลาย และหัวกระจายน้ำดับเพลิง หรือ หัว Sprinkler นั้นถือว่าเป็นหัวใจของระบบดับเพลิงชนิดนี้ และถ้าใครสังเกตจะเห็นว่าที่บริเวณหัว Sprinkler จะมีกระเปาะแก้วบรรจุของเหลวที่มีสีแตกต่างกันไป ตามการติดตั้งของพื้นที่ วันนี้เลยจะขอกล่าวถึง รหัสสีของ หัว Sprinkler ว่าแต่ละสีมีความแตกต่างกันอย่างไร เพื่อที่จะได้เลือกใช้ได้อย่างถูกต้องตามพื้นที่ที่จะทำการติดตั้ง

รหัสสีของหัว Sprinkler นั้นจะเป็นตัวบอกถึงอุณหภูมิทำงาน หรืออุณหภูมิที่หัว Sprinkler จะแตก
ซึ่งถ้าเป็นหัว Sprinkler ชนิดที่มีกระเปาะแก้ว (Glass Bulb) ทั่วไปจะมีอยู่ 5 สี โดยมีรายละเอียดดังนี้

1. สีส้ม หรือ สีแดง จะมีอุณหภูมิทำงานอยู่ที่ 57-77 องศาเซลเซียส และให้ติดตั้งในบริเวณที่เพดานมีอุณหภูมิสูงสุดไม่เกิน 38 องศาเซลเซียส


2. สีเหลือง หรือ สีเขียว จะมีอุณหภูมิทำงานอยู่ที่ 79-107 องศาเซลเซียส และให้ติดตั้งในบริเวณที่เพดานมีอุณหภูมิสูงสุดไม่เกิน 66 องศาเซลเซียส


3. สีน้ำเงิน จะมีอุณหภูมิทำงานอยู่ที่ 121-149 องศาเซลเซียส และให้ติดตั้งในบริเวณที่เพดานมีอุณหภูมิสูงสุดไม่เกิน 107 องศาเซลเซียส

4. สีม่วง จะมีอุณหภูมิทำงานอยู่ที่ 163-191องศาเซลเซียส และให้ติดตั้งในบริเวณที่เพดานมีอุณหภูมิสูงสุดไม่เกิน 149 องศาเซลเซียส

5. สีดำ จะมีอุณหภูมิทำงานอยู่ที่ 204-246 องศาเซลเซียส และให้ติดตั้งในบริเวณที่เพดานมีอุณหภูมิสูงสุดไม่เกิน 191 องศาเซลเซียส

6. สีดำ จะมีอุณหภูมิทำงานอยู่ที่ 260-302 องศาเซลเซียส และให้ติดตั้งในบริเวณที่เพดานมีอุณหภูมิสูงสุดไม่เกิน 246 องศาเซลเซียส


สำหรับหัว Sprinkler ที่เราเห็นอยู่ทั่วไป ก็ได้แก่ รหัสีส้มหรือแดง ที่ใช้กับพื้นที่ทั่วๆไป และรหัสสีเขียว ที่ใช้กับพื้นที่ที่เป็นห้องครัว ส่วนสีอื่นๆ ที่เคยเห็นอยู่ก็จะใช้กับกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม

ไม่เจอกันนานวันนี้เลยไปหาของฝากมาให้ เป็นโปรแกรมสำหรับใช้ออกแบบระบบ Sprinkler ด้วยวิธี Hydraulic Calculation มีน้องที่รู้จักกันแนะนำมาบอกว่าใช้ได้ดีทีเดียว ถึงแม้ว่าจะเป็นโปรแกรมฟรี ก็ถ้าใครอยากได้มาลองใช้ก็หาใน Google แล้วพิมพ์ว่า

Program FREESHP หรือถ้าหาไม่เจอก็ส่งเมล์มาขอได้นะครับ แล้วอีกซักแป๊บจะทำคู่มือการใช้เป็นภาษาไทยมาฝากอีกทีแล้วกันนะครับ เจอกันเรื่องหน้านะครับ

วันศุกร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2554

การคำนวณขนาดความจุแบตเตอรี่



ต้องบอกว่าบทความวันนี้ไม่ได้ คิดเองนะครับ แต่บังเอิญว่าลูกค้าที่ผมไปตรวจสอบ ส่งรายการคำนวณของไฟแสงสว่างฉุกเฉินมาให้ช่วยพิจารณา ซึ่งพอดูแล้วผมว่ามันน่าจะมีประโยชน์กับทุกคนนะครับ เผื่อว่าตอนที่เราจะเปลี่ยนแบตเตอรี่สำหรับไฟแสงสว่างฉุกเฉิน เราจะได้เลือก Spec. ที่ถูกต้องกัน

สำหรับรายการคำนวณนี้เป็นของ ริษัท ซี-ทีแอล คอร์ปอเรชั่่น จำกัด

ซึ่งจำหน่ายอุปกรณ์ด้านไฟแสงสว่างฉุกเฉินและป้ายทางหนีไฟ ใครสนใจก็เข้าไปเวปไซด์เขาได้นะครับ
www.c-tl.com ที่ต้องสาธยายเยอะหน่อยไม่ใช่ว่าได้ค่าโฆษณานะครับ แต่ว่าเพื่อให้เกียรติกันนิด
และเหมือนที่บอกครับบล็อคของผมต้องการที่จะเผยแพร่ความรู้โดยไม่ได้หวังผลกำไรอะไร ดังนั้นเช่นเดียวกันถ้าใครเอาบทความจากบล็อคของผมไปลงในเวปไซด์ใดก็แล้วแต่ อย่างน้อยก็บอกที่มานะครับว่ามาจาก

http://www.safetyenvi.blogspot.com/ เผื่อเดี๋ยวจะมีคนงง ว่าผมไปลอกบทความจากคนอื่นมา 5555

เข้าเรื่องดีกว่า สำหรับ การคำนวณขนาดความจุแบตเตอรี่

ข้อกำหนด

ดวงโคมฉุกเฉินขนาด 35 วัตต์ (ปกติถ้าผมแนะนำก็จะให้ใช้หลอด 35 หรือ 55 วัตต์)
จำนวนดวงโคม 2 ดวง
ระยะเวลาการใช้งาน 2 ชั่วโมง
แรงดันไฟฟ้าของแบตเตอรี่ 12 โวลท์

การคำนวณ

กำลังไฟฟ้าที่จ่ายดวงโคม (Power), P = 2 x 35 วัตต์
= 70 วัตต์

กระแสไฟฟ้าที่จ่ายดวงโคม (I) = P/V

= 70/12

= 5.83 แอมแปร์(A)

ระยะเวลาการใช้งาน = 2 ชั่วโมง(h)

ดังนั้นกระแสไฟฟ้าที่จะต้องจ่ายดวงโคม = 5.83 x 2
= 11.66 Ah

คิดเผื่อไว้ 25% (ตามมาตรฐาน IEEE 1184-1994)

ดังนั้นกระแสไฟฟ้าที่จ่ายดวงโคมทั้งหมด = 11.66 x 1.25

= 14.57 Ah.

ดังนั้นจะเลือกใช้แบตเตอรี่ 12 Volt 15 Ah.

ผมว่าถึงแม้จะเป็นรายการคำนวณที่เป็นพื้นฐานทางไฟฟ้า แต่สำหรับผมที่ไม่ค่อยได้คำนวณเรื่องไฟฟ้าแล้ว ผมว่าโอเคเลยนะครับ ก็ลองเอาไปใช้ดูนะครับ สั่งแบตเตอรี่รอบหน้า จะได้ตอบได้ถ้ามีใครถามว่าทำไมต้องสั่งแบบนี้ ไว้เจอกันเรื่องหน้านะครับ