วันอาทิตย์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2557

Sprinkler สำหรับอาคารคลังสินค้า (2)

กลับมาพบกันอีกครั้งกับตอนที่ 2 นะครับ หายไปนานทีเดียวรอบนี้ แต่รับรองครับว่ายังอยู่ และเรื่องนี้ตั้งใจแล้วว่าจะเขียนไว้เพื่อเปิดประเด็น ถ้าใครสนใจรายละเอียดก็จะได้ไปหาข้อมูลต่อกันได้ เพราะได้ยินประโยคที่ว่า บ้านเราเขาไม่ทำกันหรอกแบบนี้ ถ้าไม่ใชj ประกันที่ FM มาตรวจ เลยทำให้กลับมาคิดว่า สงสัยต้องกลับไปเริ่มศึกษาโปรแกรม Simulation แบบจริงจังหน่อยซะแล้ว ถ้าใครจะแนะนำก็บอกกันได้นะครับ หรือจะมาช่วยสอนคิดค่าใช้จ่าย ก็ได้ แต่อย่าแพงมากนะครับ

วันนี้บ่นมาซะยาวเลยไม่เจอกันนาน เริ่มเรื่องกันดีกว่า

จากครั้งที่แล้วที่ได้พูดถึง ประเภทของสินค้า (Commodity) ว่ามีทั้งหมด 4 ประเภท วันนี้เรามาทำความรู้จักกับชั้นวางสินค้ากันดีกว่า โดย ชั้นวางสินค้า (Rack) แบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

1. Single Row

2. Double Row

3. Multi Row



โดยคำศัพท์ต่างๆ ที่ควรทราบ สำหรับ Rack มีดังนี้

A = Load Depth                    F = Rack Depth
B = Load Width                    G = Longitudinal Flue Space
C = Storage Height               H = Transverse Flue Space
D = Commodity                    I  = Aisle Width
E = Pallet

การแบ่งประเภทของ Rack ระยะที่เราใช้พิจารณาหลักๆ คือระยะ I กับระยะ F ตามรูปด้านบน ซึ่ง

Single Row Rack ระยะ I จะมีค่าอย่างน้อย 3.5 ft. (1.10 m.) และค่า F น้อยกว่า 6 ft. (1.80 m.)
นอกจากนี้จะไม่มีการเว้นช่องว่างของระยะ G (ระยะ G = 0)

Double Row Rack ระยะ I จะมีค่าอย่างน้อย 3.5 ft. (1.10 m.) และค่า F ไม่มากกว่า 12 ft. (3.70 m.)

Multi Row Rack ระยะ I จะมีน้อยกว่า 3.5 ft. (1.10 m.) และค่า F มากกว่า 12 ft. (3.70 m.)


ถ้าอ่านแล้วไม่เข้าใจดูสรุปตามด้านล่างนะครับ อาจจะเข้าใจได้ง่ายกว่า




นอกจากนี้ถ้าไม่ได้จัดเก็บสินค้าไว้บนชั้นวางสินค้าในมาตรฐาน NFPA ก็จะแยกไว้ว่ารูปแบบการจัดเก็บเป็นลักษณะ On Floor

แถมให้อีกรูปครับสำหรับวันนี้ รูปด้านล่างนี้เอาไว้ใช้ประกอบสำหรับตอนที่ 3 ด้วย เป็น Lecture ที่ผมแอบเข้าไปเรียนกับน้องๆ ป.ตรี หลังจากจบมาแล้ว ซัก 1 ปี ถือว่าเป็นรูปหายากนะครับเพราะอายุมันหลายสิบปีอยู่ 555


วันศุกร์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2556

Sprinkler สำหรับอาคารคลังสินค้า (1)



ช่วงนี้มีโอกาสได้เข้าไปช่วยตรวจสอบงานติดตั้งระบบ Sprinkler ของอาคารคลังสินค้า เลยถือโอกาสนำข้อมูลเกี่ยวกับการออกแบบ Sprinkler สำหรับอาคารคลังสินค้ามาฝากกัน แต่ต้องขอออกตัวก่อนนะครับว่า การออกแบบ Sprinkler ของประเภทนี้ไม่ง่ายเหมือนการออกแบบ Sprinkler ของอาคารทั่วไป นะครับ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะข้อกำหนดที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ซึ่งสิ่งที่ต้องตอบให้ได้ หรือจะต้องตั้งสมมติฐาน ก่อนเป็นอันดับแรกเลย ได้แก่

            1. คลังสินค้านั้นเก็บสินค้าประเภทอะไร
            2. ความสูงของอาคารคลังสินค้า
            3. ความสูงของสินค้าที่วาง
            4. ลักษณะการเก็บสินค้า เช่น เก็บไว้บน Rack หรือวางกองกับพื้น
            5. ถ้าเก็บบน Rack ชนิดของ Pallet หรือพลาสติก

และขอแถมอีกซักข้อนะครับว่าคงต้องดูเรื่องงบประมาณด้วยว่ามีมากน้อยอย่างไร

แต่อย่าเพิ่งถอดใจไปนะครับเพราะถ้ามองว่ายากก็คงยาก เหมือนที่ผมคิดในตอนแรก เลยไม่เคยจับมันเลย แต่พอลองตั้งใจอ่านจริงๆ กลับพบว่ามันก็ไม่ยากมากนะ สำคัญอยู่ที่เราต้องเปิด Code ให้ถูก ใช่ครับ ถ้าเรารู้ว่าจะใช้ NFPA บทไหนออกแบบสำหรับคลังสินค้าหลังนั้นๆ ผมเชื่อว่าสบายมาก จึงเป็นที่มาของบทความซี่รี่นี้ ซึ่งผมจะพยายามสรุป NFPA CODE มาให้ทุกคนได้ศึกษาในเบื้องต้น ส่วนจะนำไปใช้งานคงต้องอ่านมาตรฐานเพิ่มเติมกันนะครับ

(มาตรฐาน วสท. เล่มปัจบันไม่ครอบคลุมเรื่องการออกแบบและติดตั้ง Sprinkler ของอาคารคลังสินค้านะครับ ต้องอ่านใน NFPA 13 ใน Chapter 12 - Chapter 20)

สำหรับวันนี้ขอเริ่มจากสิ่งที่ต้องทราบเป็นอันดับแรกก่อนครับนั่นคือ "คลังสินค้านั้นเก็บสินค้าประเภทอะไร

ตามมาตรฐาน NFPA กำหนดประเภทของสินค้า (Commodity) ออกเป็น 4 ประเภท โดยมีรายะเอียดดังนี้ (ขอไม่แปลนะครับเพราะอยากให้เห็นข้อกำหนดต้นฉบับ)

 5.6.3* Commodity Classes.
5.6.3.1* Class I. A Class I commodity shall be defined as a noncombustible product that meets one of the following criteria:
(1) Placed directly on wood pallets
(2) Placed in single-layer corrugated cartons, with or without single-thickness cardboard dividers, with or without pallets
(3) Shrink-wrapped or paper-wrapped as a unit load with or without pallets

5.6.3.2* Class II. A Class II commodity shall be defined as a noncombustible product that is in slatted wooden crates, solid wood boxes, multiple-layered corrugated cartons, or equivalent combustible packaging material, with or without pallets.

5.6.3.3* Class III.
5.6.3.3.1  A Class III commodity shall be defined as a product fashioned from wood, paper, natural fibers, or Group C plastics with or without cartons, boxes, or crates and with or without pallets.
5.6.3.3.2  A Class III commodity shall be permitted to contain a limited amount (5 percent by weight or volume or less) of Group A or Group B plastics.

5.6.3.4* Class IV.
5.6.3.4.1  A Class IV commodity shall be defined as a product, with or without pallets, that meets one of the following criteria:
(1) Constructed partially or totally of Group B plastics
(2) Consists of free-flowing Group A plastic materials
(3) Contains within itself or its packaging an appreciable amount (5 percent to 15 percent by weight or 5 percent to 25 percent by volume) of Group A plastics


ถ้าจะจำง่ายๆนะครับ ผมขอสรุป ดังนี้

Class I หมายถึงสินค้าที่ตัวมันเองไม่ได้เป็นวัสดุติดไฟ แต่บรรจุอยู่ในหีบห่อที่ติดไฟ

Class II จะคล้ายกับ Class I แต่จะใส่ในกล่องที่มีช่องแบ่งหลายๆช่อง

Class III ผลิตภัณฑ์เป็นประเภท เสื้อผ้า ไม้ เส้นใยธรรมชาติ เป็นต้น

Class IV ผลิตภัณฑ์เป็นพวกยาง หรือ พลาสติก

นอกจากนี้พลาสติก ยังแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ Group A,B and C

จะเห็นว่ายิ่งเชื้อเพลิง Class สูง เมื่อเกิดเพลิงไหม้ จะมีความรุนแรงของเพลิงสูงกว่า Class ที่ต่ำกว่า

สำหรับวันนี้แค่นี้ก่อนนะครับ รอติดตามตอน 2 นะครับและถ้าใครมีข้อเสนอแนะติชม ก็บอกกันได้นะครับ
ถือเป็นการแลกเปลี่ยนความรู้กัน