วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2552

ว่าด้วยเรื่องประตูหนีไฟ

วันนี้มีเรื่องส่วนประกอบของเส้นทางหนีไฟมาฝากทุกๆคนครับ แต่ว่าคงไม่ได้พูดเรื่องทางหนีไฟต้องมีขนาดเท่าไหร่ บันไดต้องกว้างเท่าไหร่นะครับเพราะน่าจะทราบข้อมูลกันอยู่แล้วพอสมควร ว่าแล้วก้อเอาเรื่องประตูหนีไฟมาฝากเพื่อไว้เป็นข้อมูลกันดีกว่า เอ๊ะหรือว่าทราบกันหมดแล้ว ไม่เป็นไรครับลองอ่านดูนะครับ แต่ถ้าจะว่าไปแล้วส่วนประกอบของเส้นทางหนีไฟอย่างแรกที่เราจะต้องนึกถึงก่อนเลยก็คือประตูหนีไฟนี่แหละ แล้วถ้าเราจะต้องทำการปรับปรุงประตูหนีไฟเดิมที่มีอยู่ หรือว่าจะติดตั้งประตูใหม่เราต้องพิจารณาในรายละเอียดส่วนใดบ้างเพื่อที่จะได้ติดตั้งให้เป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานที่กำหนด

ประเด็นแรก ขนาดประตูต้องมีขนาดเท่าไหร่

ถ้าจะพูดถึงกฎหมายจะพบว่ามีการพูดถึงขนาดของประตูหนีไฟอยู่หลายฉบับด้วยกัน ในแต่ละฉบับก็จะระบุขนาดที่แตกต่างกันไป เช่น กฎกระทรวงมหาดไทยฉบับที่ 47 (2540) ระบุว่าต้องมีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 80 cm. สูงไม่น้อยกว่า 2.00 เมตร ส่วนกฎกระทรวงมหาดไทยฉบับที่ 33 (2535) ระบุว่าต้องมีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 90 cm. สูงไม่น้อยกว่า 1.90 เมตร ยังไม่หมดแค่นี้ประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่องการป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการฯ ระบุให้ช่องทางผ่านสู่ประตูทางออกสุดท้ายภายนอกอาคารต้องมีความกว้างอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 110 cm. และสำหรับมาตรฐานการป้องกันอัคคีภัย ของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) กำหนดให้ประตูที่อยู่ในเส้นทางหนีไฟต้องมีความกว้างสุทธิไม่น้อยกว่า 80 cm. แล้วคราวนี้เราจะใช้เท่าไหร่กันดีละ ก็ต้องบอกกันก่อนนะครับว่าแล้วแต่ความเหมาะสมจริงๆ ไม่ใช่ว่ากฎหมายเขียนมาเท่านี้ก็ต้องทำเท่านี้ เพราะการกำหนดขนาดของประตูหนีไฟแล้วตัวเลขที่กล่าวมาข้างต้นผมเรียกว่าตัวเลขขั้นต่ำที่กำหนดไว้จะเหมาะสมกว่าเพราะถ้าจะพิจารณาถึงขนาดของประตูหนีไฟให้ถี่ถ้วนแล้วคงต้องพิจารณาจากองค์ประกอบในด้านอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยไม่ว่าจะเป็นจำนวนเส้นทางหนีไฟทั้งหมดในพื้นที่ รวมถึงจำนวนคนที่เราต้องการจะอพยพออกจากพื้นที่อาคารด้วยว่ามีจำนวนคนเท่าไหร่ สำหรับในรายละเอียดทั้งหมดแล้วผมแนะนำให้หาอ่านจากมาตรฐานการป้องกันอัคคีภัย ของวสท. เพราะจะได้รายละเอียดที่ครบถ้วน แต่ว่าถ้าอาคารของเราไม่พิเศษมากกันเกินไป คือเป็นอาคารที่ไม่ใช่อาคารชุมนุมคน อาคารโรงงานที่มีความเสี่ยงสูง หรืออาคารสถานพยาบาล ประตูขนาดกว้าง 90 cm. สูง 2.00 เมตร ก็สามารถอพยพคนออกจากพื้นที่ได้ประมาณ 180 คน (อ้างอิงตามหัวข้อ 3.2.2 ในมาตรฐานการป้องกันอัคคีภัย)
ก็น่าจะเหมาะครับสำหรับการพิจารณาในเบื้องต้น ซึ่งก็เป็นขนาดมาตรฐานที่มีขายกันตามท้องตลาด

ประเด็นที่สอง ส่วนประกอบของประตูหนีไฟ

(คลิกที่รูปเพื่อดูรายละเอียด)

ลักษณะของประตูทนไฟที่เหมาะสมมีข้อพิจารณาต่างๆ ดังนี้
  • ทำจากเหล็ก ไม้ หรือวัสดุอื่นๆซึ่งมีแกนประตูเป็นฉนวนหรือวัสดุที่ช่วยให้มีอัตราการทนไฟตามต้องการ และผ่านการทดสอบตามมาตรฐานที่เป็นที่ยอมรับ
  • ต้องติดตั้งอุปกรณ์ดึงปิดประตูได้เอง (Self-Closing Device)
  • ส่วนประกอบประตู รวมถึง วงกบ บานพับ อุปกรณ์ล็อคและอุปกรณ์ดึงปิดประตู ต้องเป็นวัสดุไม่ติดไฟและไม่ทำให้อัตราการทนไฟของประตูทนไฟลดลง
  • กรณีไม่มีธรณีประตูจะต้องมีช่องว่างระหว่างขอบประตูกับพื้นไม่มากกว่า 5 มิลลิเมตร และหากเป็นประตูที่ใช้เพื่อการป้องกันควันช่องว่างระหว่างขอบประตูกับวงกบต้องติดตั้งแถบกันควัน (Smoke Strip) ต้องมีช่องว่างระหว่างประตูกับวงกบไม่มากกว่า 3 มิลลิเมตร
  • สำหรับบันไดที่มีการอัดอากาศซึ่งต้องติดตั้งธรณีประตู ธรณีประตูต้องมีความสูงไม่เกิน 13 มิลลิเมตร และทั้งสองด้านต้องมีขอบที่มีความลาดเอียงอย่างน้อย 1:2 ยกเว้นธรณีประตูสูงน้อยกว่า 6 มิลลิเมตร
  • ช่องมองผ่านประตู ให้ทำด้วยกระจกเสริมลวดแต่ต้องมีขนาดพื้นที่ไม่เกิน 600 ตารางเซ็นติเมตรและไม่มีด้านหนึ่งด้านใดยาวเกินกว่า 40 เซ็นติเมตร
  • ประตูต้องผลักไปในทิศทางการหนีไฟ และเปิดกว้างได้ไม่น้อยกว่า 90 องศาและไม่กีดขวางเส้นทางอพยพ โดยความกว้างของบาร์ผลัก(Panic Hardware)ต้องมีขนาดไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของความกว้างของบานประตู และให้ติดตั้งที่ระดับไม่ต่ำกว่า 80-120 เซ็นติเมตร วัดจากระดับพื้น
  • กรณีต้องการให้ประตูเปิดค้างต้องใช้อุปกรณ์ช่วยดึงประตูเปิดและปิดกลับโดยอัตโนมัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
  • ประตูหนีไฟของอาคารสูงต้องสามารถเปิดย้อนกลับไปในทิศทางเดิมได้ (Re-Entry) อย่างน้อยทุกๆ 5 ชั้น

ประเด็นที่สาม อัตราการทนไฟของประตู


ให้พิจารณาเกณฑ์ในเบื้องต้น ดังนี้
  • ประตูต้องมีคุณสมบัติทนไฟโดยไม่มีการสูญเสียรูปทรงและไม่ส่งความร้อนสูงเกินไป ซึ่งปกติจะพบว่าภายในประตูจะบุฉนวนทนไฟทั่วทั้งบาน โดยฉนวนที่นิยมใช้ได้แก่ Rockwool (ฉนวนใยหิน) ซึ่งจะสามารถทนความร้อนได้สูงถึง 1,000 องศาเซลเซียส
  • ประตูทนไฟต้องมีอัตราการทนไฟไม่น้อยกว่าอัตราการทนไฟของผนังที่ประตูทนไฟนั้นติดตั้ง ยกเว้นว่าจะกำหนดให้เป็นอย่างอื่น (สำหรับบางจุดที่ระบุไว้ในมาตรฐาน วสท.)
  • อัตราการทนไฟของประตูหนีไฟ กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง ยกเว้นว่าจะกำหนดให้เป็นอย่างอื่น (สำหรับบางจุดที่ระบุไว้ในมาตรฐาน วสท.)
แต่ถ้าให้ดีก็เลือกใช้ที่อัตราการทนไฟ 2 ชั่วโมง รับรองว่าครอบคลุมแน่นอน

และที่สำคัญที่สุดสำหรับการเลือกประตูหนีไฟนะครับ คือต้องขอใบรับรองจากผู้ขายว่าผลิตภัณฑ์ได้ผ่านการทดสอบจากหน่วยงานหรือสถาบันที่เป็นที่ยอมรับและเชื่อถือได้ ซึ่งบ้านเราเท่าที่ทราบก็มีที่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันนี้แค่นี้ก่อนนะคราบ..........

วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2552

อาคารเขียวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน

ในช่วงปีนี้ถือว่ากระแสของการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมค่อนข้างจะได้รับความสนใจค่อนข้างมากทีเดียวส่วนหนึ่งคงมาจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นอีกครั้งและปัญหาของภาวะโลกร้อนที่หลายฝ่ายวิตกกังวลกัน รวมถึงภาครัฐและเอกชนหันมาให้ความสำคัญด้านการใช้พลังงานและใส่ใจในเรื่องสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น อันจะสังเกตได้จากในปีที่ผ่านมามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องออกมาในหลายฉบับ ไม่ว่าจะเป็นกฎกระทรวงพลังงานในเรื่องการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งอาคารหากมีขนาดพื้นที่รวมกันทุกชั้นในหลังเดียวกันตั้งแต่ 2,000 ตารางเมตรขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้น 7 ประเภทอาคารจะต้องออกแบบโดยพิจารณาในเรื่องการอนุรักษ์พลังงานด้วย (สำหรับรายละเอียดสามารถเข้าไปดูได้ที่ กฎกระทรวงในการออกแบบอาคารเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน) รวมถึงประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเรื่องการแก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติมการกำหนดประเภทและขนาดของโครงการหรือกิจการของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือเอกชน ที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โดยได้มีการปรับปรุงในรายละเอียดของโครงการบางโครงการ เช่น อาคารประเภทโรงแรม เดิมกำหนดให้โรงแรมที่มีจำนวนห้องพักตั้งแต่ 80 ห้องขึ้นไปต้องจัดทำรายงานฯ แต่ในประกาศกระทรวงฉบับนี้ได้เพิ่มเงื่อนไขโดยถ้าโรงแรมมีพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 4,000 ตารางเมตรขึ้นไปก็จะต้องจัดทำรายงานฯ ด้วยเช่นกัน ซึ่งประกาศกระทรวงฉบับนี้ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการประกาศในราชกิจจานุเบกษา เหล่านี้เป็นต้น และนอกจากนี้เมื่อต้นปี วิศวกรรมกรรมสถานแห่งประเทศไทยร่วมกับสมาคมสถาปนิกสยามได้ร่วมกันจัดตั้งสถาบันอาคารเขียวและได้ทำหลักเกณฑ์การประเมินอาคารเขียวซึ่งปัจจุบันยังเป็นฉบับร่างอยู่ ก็เลยถือโอกาสนำหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการประเมินมาเล่าสู่กันฟังพอสังเขป ดังนี้

สำหรับหลักเกณฑ์การประเมินอาคารเขียวนั้นเบื้องต้นเราใช้ต้นแบบมาจาก LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์อาคารเขียวของสภาอาคารเขียวสหรัฐอเมริกา,กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และกรมควบคุมมลพิษ

โดยเกณฑ์ในการประเมินนั้นจะมองตั้งแต่การออกแบบในตอนเริ่มโครงการและตลอดช่วงของการก่อสร้าง ซึ่งจะพิจารณาในรายละเอียดต่างๆตั้งแต่การเลือกพื้นที่ก่อสร้าง การเตรียมพื้นที่ก่อสร้าง ประสิทธิภาพของการใช้น้ำ พลังงานและบรรยากาศโดยรอบ การเลือกวัสดุและแหล่งที่มา รวมไปจนถึงคุณภาพของสิ่งแวดล้อมภายในอาคารและการป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

ซึ่งมีหลักเกณฑ์ในการประเมิน 8 หมวดด้วยกันคือ

หมวดที่ 1 การบริหารจัดการอาคาร (Building Management)

หมวดที่ 2 ผังบริเวณและภูมิทัศน์ (Site and Landscape)

หมวดที่ 3 การอนุรักษ์น้ำ (Water Conservation)

หมวดที่ 4 การใช้พลังงานและบรรยากาศ (Energy and Atmosphere)

หมวดที่ 5 วัสดุและทรัพยากรในการก่อสร้าง (Material and Resources)

หมวดที่ 6 คุณภาพของสภาวะแวดล้อมภายในอาคาร
(Indoor Environmental Quality)

หมวดที่ 7 การป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (Environmental Protection)

หมวดที่ 8 นวัตกรรม (Green Innovation)

ซึ่งในแต่ละหมวดหมู่จะมีหัวข้อแยกย่อยออกไปและมีคะแนนให้ตามแต่ละหัวข้อ สำหรับระดับคะแนนที่อาคารจะขอรับการรับรองนั้นตามร่างที่ได้มายังไม่เห็นระบุไว้นะครับคงต้องติดตามกันต่อไป (สำหรับเกณฑ์การประเมินอาคารเขียว (ร่าง) โหลดดูจากหน้า Blog ได้เลยครับ) แต่คิดว่าน่าจะมีระดับคะแนนแล้วระบุขั้นว่าเป็นขั้นไหน เช่น ระดับ Silver, Gold หรือ Platinum อะไรทำนองนี้

หวังว่าในอนาคตเราคงได้เห็นอาคารเขียวเกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรมและยั่งยืน แต่ทั้งนี้คงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและเอกชน ถ้าผู้ประกอบการภาคเอกชนทำดีภาครัฐก็ควรให้การสนับสนุนเพื่อที่ว่าจะได้มีแรงจูงใจในการปฏิบัติ วันนี้ผมเลยขอนำรูปอาคารบางอาคารที่ได้รับรางวัลสถาปัตยกรรมสีเขียวดีเด่น ASA Green Award 2009 ซึ่งประกาศผลไปเมื่อไม่นานมานี้ มาฝากกันให้ชมเพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยกันหน่อย สำหรับจุดเด่นของอาคารที่ได้รับรางวัลทั้งหมดในครั้งนี้สามารถดูได้จากเวปไซด์ของสมาคมสถาปนิกสยาม http://www.asa.or.th/?q=node/99809 นะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนต่อไป

ธนาคารกสิกรไทย สาขาแจ้งวัฒนะ


โรงงาน Interface Modernform



The Avenue รัชโยธิน Siam Future

(ภาพของอาคารที่แสดงข้างต้นนำมาจากส่วนหนึ่งของเวปบอร์ดสมาคมสถาปนิกสยาม)